พรหมลิขิตรัก (Destiny...I love you) แจ้ง E-Book & หนังสือทำมือ
สามารถหาอ่านได้ในรูปแบบ e-book วันนี้เป็นต้นไป
เข้าไปโหลดกันได้ที่
อ่านได้บน : iPad, iPhone, iPod Touch (iOS 4 ขึ้นไป)
หรือ
สนใจสั่งซื้อหนังสือเรื่อง พรหมลิขิตรัก (Destiny...I love you) (ทำมือ-จำนวนจำกัด)
ติดต่อแจ้งความจำนงค์ไปได้ที่ kittiyaz@hotmail.com
ทางเราจะแจ้งรายละเอียดกลับอีกครั้งค่ะ
รายละเอียดหนังสือ - ขนาดเอ 5 จำนวน 319 หน้า
ราคาปก 320 บาท
Revenue from the sale of this book. Part to raise funds for paying off cattle.
รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายหนังสือ สมทบทุนเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือค่ะ
posted under
E-Book-พรหมลิขิตรัก
|
0 Comments
ศาสตร์เรื่องสั้น สำหรับนักหัดเขียนมือใหม่
ศาสตร์แห่งเรื่องสั้นและนิยาย
จำเป็นต้องมีพื้นฐานอยู่ 3 ประการคือ
1.ความขัดแย้ง – conflict
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีในนิยาย จะเป็นตัวแสดงความนัยให้เห็นทิศทางของนิยายเรื่องนั้น ทำให้เราได้รู้สึกว่านิยายเรื่องนั้นมีจุดมุ่งหมายไปยังที่ใด การควบคุมความขัดแย้งต้องมีวิธีการที่ดี แนบเนียนพิถีพิถัน สมจริงเพื่อความน่าเชื่อถือ
ความขัดแย้งในนิยายมีลักษณะที่จำเป็นต้องมีอยู่ 3 ประการคือ
1.1 จะเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในความขัดแย้งนั้น โดยเนื่องมาจากผลของการเข้ามาเกี่ยวข้องของตัวละคร ความขัดแย้งที่กำหนดเริ่มต้นไว้จะต้องค่อยๆเปลี่ยนสภาพไปจากที่เป็นในทางใดทางหนึ่ง
1.2 สองฝ่ายที่ขัดแย้งกันนั้นจะต้องมีกำลังเสมอกัน อันจะทำให้เกิดความสมดุลในโครงสร้างของเรื่อง นักเขียนที่มีฝีมือจะพยายามรักษาน้ำหนักการแพ้ชนะของทั้งสองฝ่ายให้ก้ำกึ่งกันอยู่ตลอดเรื่อง ความขัดแย้งที่ก้ำกึ่งไม่รู้ว่าใครจะอยู่ใครจะไปนี้จะทำให้คนอ่านเกิดความสงสัยและเร้าใจให้ติดตามไปจนตลอดเรื่อง ไปรู้ผลเอาจริงๆตอนที่เรื่องจบลง
1.3 นิยายเรื่องนั้นจะต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเรียกว่ามีเอกภาพ ทุกๆอย่างในนิยายนั้นไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง ตัวละคร สาระสำคัญของเรื่อง เนื้อหา สัญลักษณ์ มุมมอง ตลอดจนเหตุการณ์ที่กำหนดให้เกิดขึ้นจะต้องเกี่ยวข้องผูกพันเป็นผลของกันและกัน
แต่ที่ขาดไม่ได้ในนิยายก็คือความสมจริง ความสมจริงคือคุณภาพของเรื่องๆนั้น ความสมจริงในที่นี้หมายความถึง สถานการณ์หรือภาวะเหตุการณ์ที่กำหนดขึ้นนั้น ตัวละครในเรื่องจะต้องมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์หรือแสดงออกสอดคล้องต้องตามวิสัยของมนุษย์โดยทั่วไป
2.ตัวละคร –character
บุคลิกของตัวละครมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการบอกถึงธรรมชาติหรือลักษณะของเรื่องบอกถึงพัฒนาการในเรื่อง ผลที่ปรากฏ และบอกถึงผลกระทบของความขัดแย้ง คนเขียนจะต้องมีวิธีการที่จะสื่อสารทางอ้อม คือจะต้องแสดงให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่บอกตรงๆง่ายๆว่ามันเป็นเช่นนั้น นักเขียนจะต้องแสดงบทบาทความเป็นตัวละคร เนื้อหา อารมณ์ด้วยการแสดงนัยหรือใช้เชิงการแนะนำ ผู้อ่านจะต้องอ่านแล้วคิดและสร้างภาพอารมณ์ขึ้นมาเอง
มีกฎทั่วไปที่เน้นความสมจริงของตัวละคร และความสมจริงของความขัดแย้ง คือตัวละครที่ดูสมจริงที่สุดก็คือตัวละครที่มีลักษณะของบุคคลโดยประมาณใกล้เคียงกับชีวิตคนจริงๆ ที่มนุษย์สังเกตและรับรู้ได้มากที่สุด หมายความว่าตัวละครนั้นจะต้องมีความแน่นอน มีพฤติกรรมที่แน่นอน ปัญหาที่เราจะประสานความแน่นอนของตัวละครไปกับภาวะวิกฤติ( climax) ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ประการหนึ่งในการเขียนนิยายที่จะต้องเกี่ยวพันกับความเปลี่ยนแปลงของตัวละคร
กฎอีกข้อคือตัวละครที่สมจริงในนิยายจะต้องมีพัฒนาการ เพราะนิยายไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวละครแค่ว่าเป็นใคร ทำอไร แต่ยังต้องอยู่กับเหตุผลด้วยว่าเขาทำสิ่งนั้นๆทำไม ตัวละครในนิยายจะเปลี่ยนแปลงไปได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่สมควรมาสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเฉยๆ คือพัฒนาการของตัวละครจะต้องเป็นเหตุเป็นผล
นักเขียนที่ดีจะหลีกเลี่ยงตัวละครที่แบนมีเพียงด้านเดียว ง่ายเกินไปเดาบุคลิกได้ นักเขียนที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างความสมจริงให้กับตัวละครจะต้องเข้าใจและสามารถที่จะจับจุดผลกระทบของความซับซ้อนผสมปนเปที่ว่านี้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
3.สารสาระ แก่นของเรื่อง –theme
บางเรื่องนั้นนักเขียนใช้โครงเรื่องเป็นวิธีการสำคัญที่จะทำให้เรื่องสนุกน่าติดตาม บางเรื่องนักเขียนใช้ตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นและบางเรื่องนักเขียนจะใช้นัยความหมายที่แฝงอยู่ในเรื่องสิ่งนี้คือ สารสาระ
เราอาจให้คำจำกัดความสารสาระว่าคือสมมุติฐานซึ่งกล่าวหรือแสดงนัยแฝงไว้กับการเล่าถึงสถานการณ์ที่กำหนดอันเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กำหนด
สารสาระในนิยายที่ดีคือ
3.1ความคิดในเรื่องของสารสาระจะต้องไม่ใช่อันหนึ่งอันเดียวกับข้อกำหนดทางศีลธรรม คือต้องไม่ได้สั่งสอนแต่เผยให้เห็น ไม่การสวดมนต์ชี้ให้เห็นดีชั่วแต่เป็นการสื่อความหมายในเชิงศิลปะ
3.2สารสาระในนิยายที่ดีจะต้องไม่เป็นความจริงสั้นๆเพราะชีวิตของมนุษย์นั้นซับซ้อน นิยายสร้างสรรค์จะแสดงให้เห็นความซับซ้อนนั้นไม่ใช่ปิดบังอำพราง นิยายที่เห็นโดยทั่วไปอาจจะพยายามย้ำว่าความดีชนะความชั่วได้ในที่สุดแต่จากการสังเกตชีวิตที่เป็นไปเราจะรู้ว่านั่นอาจจะผิดจากความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่เราหวังจะพบคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกต้องของคำจำกัดความของคำว่าสารสาระในนิยาย
ข้อสังเกตที่จะใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาให้คำสรุปความหมายของสารสาระจากนิยาย
· การลงความเห็นว่านิยายเรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่ต้องไม่ลืมว่าเนื้อหาของเรื่องนั้นไม่ใช่สารสาระ ในการลงความเห็นว่าความที่กล่าวนั้นคืออะไรให้ดูหรือวิเคราะห์จาก
3.2.1ตัวละครในเรื่อง จะต้องพิจารณาจากตัวละครในเรื่องว่าเป็นคนอย่างไรแบบไหน เป็นตัวแทนของอะไรสื่อความหมายถึงสิ่งใด
3.2.2 สถานการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องจะเป็นสิ่งที่บอกถึงสารสาระของเรื่อง สถานการณ์ที่เกิดกับตัวละคร ปัญหาที่ตัวละครเผชิญ
3.2.3 ปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร
3.2.4 ผลที่เกิดขึ้นคืออะไร
แค่นี้เราก็จะได้เค้าของสารสาระ แต่ต้องใส่ใจด้วยว่าสารสาระเป็นเพียงหนึ่งในสามของสิ่งจำเป็นพื้นฐานอันต้องมีในนิยาย มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อผลสำเร็จของนิยายได้อาจมีส่วนประกอบอื่นๆเพิ่มเข้ามาให้นิยายมีสีสันมากขึ้นไปอีก
มุมมอง – point of view
วิธีการพื้นฐานของนักเขียนร่วมสมัยทั่วไปคือการเล่าเรื่อง โดยใช้เครื่องมือคือ 1.การกระทำ 2.บทสนทนา 3.บทพรรณนา 4.บทแสดงความคิดเห็น 5.บทบรรยาย 6.มุมมอง ซึ่งมุมมองจะแยกประเภทไว้ดังนี้
· บุคคลที่หนึ่งเป็นผู้เล่าเรื่อง
· บุคคลที่หนึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์
· นักเขียนเป็นผู้สังเกตการณ์
· นักเขียนให้ตัวเองแทนตัวละครทุกตัว
หรือนักวิชาการอีกประเภทก็แบ่งไว้ดังนี้
· มุมมองในแบบที่คนเขียนพูดและรู้สึกแทนตัวละครทุกตัว
· คนเขียนพูดหรือรู้สึกแทนตัวละครเช่นกัน แต่ไม่ทุกตัวหรือไม่พูดหรือรู้สึกหมดหรือมากเท่ากับข้อแรก หรืออาจจะเป็นแบบบุคคลที่สามเป็นผู้เล่าเรื่องเป็นมุมมองของบุคคลที่สาม ซึ่งอาจเป็นตัวละครเอกหรือตัวรองในเรื่องนั้น
· มุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ผู้เล่าเรื่องหรือบรรยายจะเป็นตัวเอกของเรื่องหรืออาจเป็นตัวละครที่ไม่สำคัญตัวอื่น
· มุมมองภายนอก หมายความว่าถ้าหากเรื่องในนิยายนั้นเกิดขึ้นในวงกลม ผู้บรรยายหรือผู้เล่าก็เปรียบเสมือนอยู่นอกวงกลมมองเข้าไปและเล่าเรื่องตามภาพของเหตุการณ์ที่เห็น
ยังมีอีกทัศนะของนักวิชาการที่แบ่งไว้ดังนี้
· มุมมองแบบนักเขียนรู้ไปหมด
· มุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง
· มุมมองแบบบุคคลที่สาม
โฟกัส – focus
นักเขียนจะต้องไม่เปลี่ยนมุมมองของตนอย่างเด็ดขาด โดยทั่วไปนักเขียนมีทางเลือกอยู่สองทางที่จะดำเนินการบรรยายหรือเล่าเรื่อง คือจะใช้บุคคลที่หนึ่ง (ผม ฉัน ข้าพเจ้า) หรือบุคคลที่สาม (เขา มัน เธอ)
posted under
ศาสตร์เรื่องสั้น
|
1 Comments
ประสบการณ์ในโลกวรรณกรรม ตอนที่ 2
ประสบการณ์ในโลกวรรณกรรม ตอนที่ 2
หลังจากที่เราตอบกลับไปยังสนพ.แล้ว วันรุ่งขึ้นก็ได้รับอีเมลตอบกลับมาทันที
เดือนกุมภาพันธ์, วันที่ 17…… 08.30 น.
“สวัสดีค่ะ คุณเค
ที่ถามมาแทมมารีนขอตอบแบบรวม ๆ เลยแล้วกันนะคะ ทางคุณเคจะแต่งเสร็จประมาณเดือนไหนคะ ตั้งเป้าหมายไว้หรือเปล่า แต่งเสร็จแล้วค่อยส่งก็ได้ค่ะ ถ้าทราบหรือคาดคะเนได้ แทมมารีนจะได้จองคิวอ่านของกองบอกอให้
ถ้าผ่านจะได้พิมพ์หนังสือไวไวค่ะ รู้สึกดีจังเจอแฟนพันธ์แท้อีกคนนึงด้วย
ยินดีนะคะ ที่วางใจและสนใจให้ D-evil ตีพิมพ์ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
แทมมารีนค่ะ
ปล อย่าลืมเมล์ตอบถึงเวลาที่จะแต่งเสร็จให้แทมมารีนทราบนิดนึงนะคะ จะได้มาร์คไว้ให้”
ที่ถามมาแทมมารีนขอตอบแบบรวม ๆ เลยแล้วกันนะคะ ทางคุณเคจะแต่งเสร็จประมาณเดือนไหนคะ ตั้งเป้าหมายไว้หรือเปล่า แต่งเสร็จแล้วค่อยส่งก็ได้ค่ะ ถ้าทราบหรือคาดคะเนได้ แทมมารีนจะได้จองคิวอ่านของกองบอกอให้
ถ้าผ่านจะได้พิมพ์หนังสือไวไวค่ะ รู้สึกดีจังเจอแฟนพันธ์แท้อีกคนนึงด้วย
ยินดีนะคะ ที่วางใจและสนใจให้ D-evil ตีพิมพ์ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
แทมมารีนค่ะ
ปล อย่าลืมเมล์ตอบถึงเวลาที่จะแต่งเสร็จให้แทมมารีนทราบนิดนึงนะคะ จะได้มาร์คไว้ให้”
>_< ดีใจจริงๆ ในใจก็คิดนะว่า สนพ.นี้ดีจริงๆ ทำงานรวดเร็ว
แต่เอ...... O_O
-_-? เริ่มรู้สึกเอะใจแปลกๆ “สามารถจองคิวกองบก. ได้เลยนะคะ เท่าที่เคยได้ยินมานิยายที่ส่งเข้าไปให้สนพ. พิจารณาต้องรอพิจารณาตามคิว 1 – 3 เดือนนี่นา แล้วทำไมคนนี้ถึงบอกว่าจองคิวได้เนี่ย”
สายตาก็เหลือบไปเห็นว่าที่ทำงานบริษัทXXX ที่เขาบอกมาด้วยในอีเมลนั้น เป็นที่อยู่เดียวกันกับสนพ. D-evil แต่!!!!!!!!! ทำไมชื่อบริษัทไม่ใช่อันเดียวกันหว่า
O_O ตอนนี้เราคิดไปไกลแล้ว เอ..หรือว่าเป็นโจร เคยได้ยินว่ามี writer โดนหลอกแบบนี้ด้วยนี่นา และเพื่อความไม่ประมาท เราจึงตอบอีเมลกลับคุณแทมมารีนทันที
เดือนกุมภาพันธ์, วันที่ 18.....เที่ยงคืน
“ถึงคุณแทมมารีน
เรื่องเวลาขอคิดดูก่อนนะคะ ถ้าได้คำตอบยังไงจะรีบเมลแจ้งค่ะ
นิยายเรื่องนี้เริ่มเขียนยังไม่ถึงเดือน ได้แค่ประมาณ 35 % ค่ะ แต่มีโปรแกรมที่จะต้องไปเที่ยวค่ะไม่สามารถยกเลิกได้เลยทำให้มีรู้ระยะเวลาค่ะว่าจะพิมพ์เสร็จวันไหน
เรื่องเวลาขอคิดดูก่อนนะคะ ถ้าได้คำตอบยังไงจะรีบเมลแจ้งค่ะ
นิยายเรื่องนี้เริ่มเขียนยังไม่ถึงเดือน ได้แค่ประมาณ 35 % ค่ะ แต่มีโปรแกรมที่จะต้องไปเที่ยวค่ะไม่สามารถยกเลิกได้เลยทำให้มีรู้ระยะเวลาค่ะว่าจะพิมพ์เสร็จวันไหน
และอยากทราบอีกอย่าง บริษัทXXX ทำหน้าที่อะไรให้สนพ. E-devilคะ
และขอโทษล่วงหน้าอีกครั้งคือว่า อยากทราบว่าคุณแทมมารีนทำหน้าที่อะไรในบริษัทคะ เหมือนๆ แมวมองเหรอคะแล้วทำไมคุณแทมมารีนถึงจะจองคิวบก.ได้ด้วยล่ะคะ แบบว่าคุณแทมมารีนสแกนแล้วนิดนึง อะไรอย่างนั้นรึเปล่าคะ
ขอโทษที่ถามนะคะ อยากสอบถามเอาไว้เพื่อประดับความรู้น่ะค่ะ ^_^
ขอบคุณและจะรีบตอบกลับนะคะ เคค่ะ”
และขอโทษล่วงหน้าอีกครั้งคือว่า อยากทราบว่าคุณแทมมารีนทำหน้าที่อะไรในบริษัทคะ เหมือนๆ แมวมองเหรอคะแล้วทำไมคุณแทมมารีนถึงจะจองคิวบก.ได้ด้วยล่ะคะ แบบว่าคุณแทมมารีนสแกนแล้วนิดนึง อะไรอย่างนั้นรึเปล่าคะ
ขอโทษที่ถามนะคะ อยากสอบถามเอาไว้เพื่อประดับความรู้น่ะค่ะ ^_^
ขอบคุณและจะรีบตอบกลับนะคะ เคค่ะ”
พอส่งไปแล้วก็รอลุ้นค่ะ ถ้าเป็นคนของสนพ.จริงๆ ก็คงจะดี แต่ถ้าเป็นพวกหลอกลวงก็คงจะแย่ แล้วตอนเที่ยงทางคุณแทมมารีนก็ตอบอีเมลกลับมาค่ะ
“คุณเคคะ
XXX คือ บริษัทฯ ที่แทมมารีนทำเกี่ยวกับโฆษณาค่ะ ไม่เกี่ยวกับสนพ.D-evil
แต่แทมมารีนทำงานช่วยพี่บอกอ ที่ E-devil ด้วยค่ะ เป็นผู้ช่วยบอกอค่ะ
อ่านแล้วก็สกรีนว่าพล็อตดีมั๊ย เขียนภาษาสวยหรือเปล่า ไรแบบนี้หล่ะค่ะ
ทำไมแทมมารีนสามารถจองได้ เพราะว่าแทมมารีนมีหน้าที่หาต้นฉบับโดยตรง
นักเขียนมักจะถามว่าจะได้ออกหนังสือเดือนไหน ก็จะทราบล่วงหน้าได้ค่ะ
ถ้ามีการรู้คิวล่วงหน้ากันก่อน
ยินดีที่เลือก E-devil อีกครั้งค่ะ
แทมมารีนค่ะ”
XXX คือ บริษัทฯ ที่แทมมารีนทำเกี่ยวกับโฆษณาค่ะ ไม่เกี่ยวกับสนพ.D-evil
แต่แทมมารีนทำงานช่วยพี่บอกอ ที่ E-devil ด้วยค่ะ เป็นผู้ช่วยบอกอค่ะ
อ่านแล้วก็สกรีนว่าพล็อตดีมั๊ย เขียนภาษาสวยหรือเปล่า ไรแบบนี้หล่ะค่ะ
ทำไมแทมมารีนสามารถจองได้ เพราะว่าแทมมารีนมีหน้าที่หาต้นฉบับโดยตรง
นักเขียนมักจะถามว่าจะได้ออกหนังสือเดือนไหน ก็จะทราบล่วงหน้าได้ค่ะ
ถ้ามีการรู้คิวล่วงหน้ากันก่อน
ยินดีที่เลือก E-devil อีกครั้งค่ะ
แทมมารีนค่ะ”
O_O” คำตอบอ่านแล้วสับสนดีจริงๆ เลย คนไม่เคยติดต่อกับสนพ.เช่นเราจะทำอย่างไรดีน้า และแล้วก็ตัดสินใจส่งอีเมลไปหาสนพ. D-evil ค่ะ โดยส่งข้อความทั้งหมดที่คุยกับคุณแทมมารีนเข้าไปให้สนพ.ดู พร้อมทั้งสอบถามว่าคุณแทมมารีนมีตัวตนอยู่ในสนพ.จริงใช่หรือไม่
ในใจก็คิดว่า ถ้าไม่ใช่พนักงานของสนพ.จริงๆ สนพ.ก็จะได้รู้เรื่องว่ามีคนแอบอ้าง แต่ถ้าใช่ก็ต้องอีเมลไปแจ้งขอโทษเขาอีกครั้งพร้อมทั้งคำอธิบาย
และคำตอบที่ได้มาก็คือ ^_^ คุณแทมมารีนเป็นพนักงานจริงๆ และถามหน้าที่ตามที่แจ้งมาจริงๆ
โล่งอกจริงๆ ค่ะ แต่พอรู้เรื่องทั้งหมดแล้วก็ส่งอีเมลกลับไปชี้แจงทั้งทางสนพ.D-evil และทั้งคุณแทมมารีนค่ะ
ปล. Based on true story
ปล. Based on true story
posted under
ประสบการณ์
|
0 Comments
ประสบการณ์ในโลกวรรณกรรม ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
เดือนมกราคม 2554
จากคนที่ชอบอ่านนิยายออนไลน์ แอบชื่นชอบพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่แต่งนิยายและความที่เป็นคนที่ชอบสะสมนิยาย มีความใฝ่ฝันเหมือนใครหลายๆ คนว่าอยากจะมีหนังสือของตัวเองสักเล่มหนึ่งแล้วเราก็เริ่มลงมือทำทันที ด้วยการหัดแต่งนิยายนำไปโพสลงในเว็บไซด์หนึ่ง ผลตอบรับดีเกินคาด มีคนเข้ามาอ่านเป็นพันเป็นหมื่นคน ยอดเม้นจากวันแรกๆ ที่ไม่มีใครเม้นเลย นานวันเข้าก็มีคนเข้ามาเม้นเพราะเราขยันอัพทุกวัน ด้วยความที่มือใหม่ไฟแรงและใจรัก พล๊อตนิยายน่ะเหรอ คิดสดๆ พิมพ์สดๆ พิมพ์เสร็จก็โพสหน้าเว็บกันเลยทีเดียว
เดือนกุมภาพันธ์ 2554, วันที่ 16
วันที่อากาศร้อนซะจนเหมือนอยู่ท่ามกลางทะเลทราย แต่เราก็ยังตั้งใจแต่งนิยายเพื่อโพสลงเว็บต่อไป ความสุขในการได้ทำสิ่งที่เรารักและชอบนี่มันดีจริงๆ
วันนี้เราเปิด hotmail ขึ้นมาเพื่อเช็กอีเมลจากเพื่อน แต่ก็เจออีเมลหนึ่งแปลกประหลาดกว่าเพื่อน " สวัสดีค่ะ
ติดตามอ่านนิยายที่คุณแต่งสนุกดีค่ะ มีครบทุกรสจริง ๆ ไม่ทราบว่า นิยายเรื่องนี้ส่งให้สำนักพิมพ์ไหนพิจารณาหรือยังคะ ถ้ายังสนใจส่งให้ D-evil พิจารณามั๊ยคะสอบถามเพิ่มเติมได้ที่แทมมารีนนะคะ เบอร์ด้านล่างเลยค่ะ
หวังว่า D-evil จะได้รับความไว้วางใจนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
แทมมารีนค่ะ "
16/02/54 เวลา บ่าย 2
O_O "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด สนพ.สนใจนิยายเราด้วย" ตอนนั้นดีใจมากถึงมากที่สุด ไม่มีอะไรจะเทียบแล้ว ปีนถึงยอดภูกระดึงหรือมีคนกด Like ถึง 100 คนยังไม่ดีใจเท่านี้เลย ^O^
เราก็ตอบอีเมลกลับไปทันทีค่ะ ว่าสนใจแต่เราแต่งสดๆ ไม่มีพล๊อตที่แต่งโครงเรื่องเอาไว้ และที่แน่ๆ ตอนนี้ยังแต่งไม่จบ และเราก็ตั้งใจไว้ว่าถ้าแต่งจบเราจะส่งไปให้ทางสนพ.D-evil พิจารณาอยู่เหมือนกัน ถ้าเราสนใจจะส่งนิยายไปให้ เราต้องทำยังไงบ้างคะ และก็แจ้งไปด้วยว่าทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ งานเขียนคืองานอดิเรก ประมาณว่าอยากให้เข้าใจว่าหากล่าช้ายังไงก็โปรดเข้าใจด้วย วันนั้นโลกเป็นสีชมพูค่ะ ความรู้สึกดีๆ พุ่งพล่าน ดีใจสุดๆ........
****ติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^
posted under
ประสบการณ์
|
1 Comments
บทนำ - พรหมเล่ห์รัก (Destiny...I fall in love)
บทนำ
รถบัสขนาดเล็กที่แล่นอยู่ระหว่างทางไปโรงแรมในประเทศจีน เสียงหวานของหญิงสาวร่างบางพึมพำอย่างถูกใจ สายสร้อยข้อมือหยกสีเขียวถูกชูขึ้นมาตรงหน้าหลังจากที่เธอยอมควักเงินซื้อเครื่องประดับชิ้นแรก ทั้งๆ ที่เธอมาถึงเมืองจีนได้นับวันนี้รวมเข้าก็เป็นวันที่หกซึ่งพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง ก่อนจะต้องขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้เที่ยวบ่ายสามโมงครึ่ง
“หนึ่งร้อยหยวนถูกเหมือนได้เปล่าจริงๆ ไปบอกใคร ใครเขาก็คงอิจฉา ฮ่าๆๆ ถูกใจจริงๆ เลย”
หญิงสาวนั่งชื่นชมสร้อยข้อมือหยกที่ซื้อมาด้วยราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ เธอซื้อมาจากร้านขายเครื่องประดับที่ไกด์พาไป เป็นร้านที่ใหญ่โตโอ่อ่ามีการต้อนรับที่ดีแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย การเดินทางมาเมืองจีนในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงการเดินทางอย่างกะทันหัน เดิมทีเธอซื้อทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่นแต่เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นประสบปัญหาภัยธรรมชาติไม่มีความปลอดภัย ทางบ้านของเธอจึงขอร้องให้เปลี่ยนโปรแกรมการท่องเที่ยวให้เลื่อนออกไปก่อนหากยังต้องการจะไปเที่ยวประเทศเดิมอยู่
หญิงสาวไม่อยากสูญเสียโอกาสในการพักผ่อนนี้ไปเพราะเธอเพิ่งเรียนจบจึงอยากจะพักผ่อนสมอง ก่อนจะต้องเข้าทำงานช่วยบิดาดูแลกิจการของครอบครัวจึงปรึกษากับบริษัทที่ขายทัวร์ให้เปลี่ยนประเทศ สรุปสุดท้าย...ตอนนี้เธอก็ได้มาเที่ยวเมืองจีนเป็นครั้งแรกแม้จะไม่ใช่เมืองในฝันแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี
เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา
ก่อนจะกลับขึ้นรถบัสเพื่อพาเข้าที่พักภายในร้านหยกทีซีวายที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน วีณากำลังยืนตะลึงในความงามของรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมและรูปปั้นเทพเจ้าอีกสององค์ที่ตั้งอยู่ภายในร้านขายหยกแห่งนี้ ทั้งเธอและเหล่าลูกทัวร์คนอื่นๆ ต่างหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกและเข้าไปกราบสักการะขอพรพระกันถ้วนหน้า
เมื่อเห็นว่าไกด์กำลังกวาดต้อน...ที่เธอต้องเรียกว่ากวาดต้อนก็เพราะว่าไกด์จะต้องพาลูกทัวร์เข้าไปตามสถานที่ที่มีอยู่ในโปรแกรมทัวร์ให้ครบทุกที่และครบทุกคน เพราะมีข้อตกลงกันระหว่างรัฐบาลจีน บริษัททัวร์และร้านค้าว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตามจำนวนหัวของลูกทัวร์
หากลูกทัวร์เข้าฟังไม่ครบทุกคนและอยู่ไม่ครบยี่สิบนาทีทางบริษัททัวร์จะหักเงินไกด์เมื่อการเดินทางสิ้นสุด เพราะฉะนั้นไกด์จึงพยายามกวาดต้อนเหล่าลูกทัวร์ที่กำลังถ่ายรูปหรือเกาะอยู่ตามตู้กระจกที่โชว์สร้อย แหวนและกำไลพาเข้าไปนั่งในห้องบรรยายของทางร้านให้ได้
ที่นี่เหล่าลูกทัวร์ต่างได้รับการต้อนรับด้วยน้ำชาดอกมะลิร้อนๆ ทุกคน สักพักพนักงานของร้านขายหยกก็ออกมาพูดด้วยภาษาไทยที่ชัดเจนเรียกความประทับใจได้ง่ายดายจากลูกทัวร์ หรืออาจเป็นเพราะคนไทยใจดีบวกกับความขี้เล่นเป็นกันเองทำให้หญิงสาวชาวจีนผู้นี้กลายเป็นที่เอ็นดูของลุงป้าน้าอา
จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นคนคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเพราะพนักงานร้านขายหยกหน้าตาจิ้มลิ้มพยายามจะสื่อสารด้วยภาษาไทย ทำให้เหมือนเป็นคนรู้จักกันมานานภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ก่อนลูกทัวร์ทั้งหลายจะได้รับแจกหยกที่ทำเป็นรูปเหรียญของจีนกันทุกคน
หลังจากที่พิธีกรบรรยายเกริ่นนำเรื่องความรู้ในการดูหยกเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วก็ถึงกระบวนการพาเหล่าขาช็อปจากเมืองไทยที่วีณาได้ยินเสียงพูดคุยตั้งแต่ในรถบัสว่า...จะไม่ซื้อเพราะเมืองไทยน่าจะถูกกว่า บ้างก็จะกลับไปซื้อแถวแม่สายในเมื่อหยกที่นำมามันเป็นหยกพม่าไม่ใช่หยกเมืองจีน
หลายๆ คนเห็นพ้องต้องกันว่า จะกลับไปซื้อที่เมืองไทยบ้างก็จะกลับไปซื้อที่พม่า รวมทั้งเธอเองก็คาดว่าจะไม่ซื้อเหมือนกัน เพราะไม่ได้ชอบอะไรมากมาย
เวลาผ่านไปห้านาที
หลังจากที่ออกมาเดินชมสินค้าที่ตั้งวางอยู่ในตู้กระจกอย่างดี เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้น เมื่อพนักงานของร้านขายหยกที่บอกว่าตัวเองมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า...อัญมณี เอ่ยขึ้นว่า
“ พิเศษสำหรับลูกทัวร์ไทยชุดนี้เท่านั้นนะคะเนื่องจากทางร้านจะไปเปิดสาขาใหม่ที่เมืองไทยเป็นสาขาที่ 67 ทางเรายินดีคิดราคาสร้อยข้อมือหยก จากปกติราคา 368 หยวน เราคิดเพียง 100 หยวนเท่านั้นค่ะ”
พอสิ้นเสียงประกาศทุกคนเริ่มเข้าไปมุงดูแผงสร้อยข้อมือหยกเขียวชุดนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครเอื้อมมือไปแตะสายสร้อยข้อมือดูสักคนและเมื่อพนักงานเริ่มพิสูจน์ความเป็นหยกแท้ให้ดูโดยการนำเม็ดหยกที่อยู่ในสร้อยข้อมือเม็ดเท่าปลายนิ้วก้อย กดลงกับกระจกหนาหนึ่งเซนติเมตรจนกระจกแตกละเอียด แต่เม็ดหยกไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแสดงถึงคุณสมบัติของหยกแท้พม่าที่มีความแข็งกว่ากระจก
คราวนี้เหล่าลูกทัวร์ก็ฮือฮารุมเข้าไปดูเครื่องประดับที่อยู่ในตู้ทันที รวมทั้งเธอด้วยที่ยอมเจียดเงินที่จะเก็บเอาไว้ซื้อบัวหิมะกลับบ้านมาซื้อสร้อยข้อมือหยกเส้นเล็กๆ สักเส้นเพราะราคาที่ลดแล้วนั้นทำให้วีณายอมควักเงินซื้ออย่างไม่ลังเลใจ
“น้องคะ...สร้อยข้อมือสองเส้นนี้เส้นไหนเนื้อดีกว่ากันคะ?”
วีณาชูสร้อยข้อมือหยกหลังจากที่เธอเลือกแล้วขึ้นมาสองเส้น เอาไว้ทั้งมือซ้ายและขวาอย่างละเส้น
“เส้นนี้ค่ะพี่ หยกจะมีลายเมฆมากกว่าค่ะ” เสียงภาษไทยแปร่งหูอธิบาย
เมื่อพนักงานร้านชี้ที่สายสร้อยข้อมือหยกที่ถืออยู่ข้างขวามือ วีณาจึงยื่นสร้อยข้อมือเส้นนี้ให้พนักงานนำไปใส่ถุงก่อนจะหยิบธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนออกมาหนึ่งใบยื่นให้เมื่อพนักงานนำกล่องที่บรรจุสร้อยข้อมือเอาไว้มายื่นให้เธอ
ในรถบัสที่แล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรมที่พักคืนนี้เรียบร้อยแล้วแต่วีณายังคงชื่นชมสร้อยข้อมือหยกอย่างชอบใจ เธอมั่นใจว่าร้านนี้ได้เงินจากลูกทัวร์ไปหลายหมื่นหยวนอย่างแน่นอนเพราะหญิงสาวเห็นว่าพวกคุณป้าคุณน้าคุณอาทั้งหลายควักเงินซื้อกำไลหยกราคา 4000 หยวนกันคนละวงสองวง ซึ่งวีณาภูมิใจว่าเธอเสียแค่หนึ่งร้อยหยวนเป็นคนเดียวที่เสียน้อยที่สุดในเหล่าลูกทัวร์คณะนี้แล้ว
“ได้หยกราคาถูกมาแถมยังได้เหรียญหยกมาฟรีๆ อีกหนึ่งเหรียญด้วยอะไรจะโชคดีขนาดนี้นะ”
วีณาเก็บสร้อยข้อมือหยกลงไปในกล่องของมันก่อนจะเก็บเอาไว้ในถุงกระดาษรวมกับเหรียญหยกที่ได้รับมาฟรี พับถุงกระดาษยัดเก็บเข้ากระเป๋าเดินทางที่พนักงานเอาออกจากใต้ท้องรถมาวางไว้หน้าโรงแรมทันที แล้วเธอก็เดินตามคณะทัวร์ไปทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมด้วยความหิว
ภายในกล่องที่วีณาเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง สร้อยข้อมือหยกหากมองดูจะเห็นไอสีดำล้อมรอบสายสร้อยข้อมือเอาไว้ พลังงานที่ตาเปล่าของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้และมองเห็นมันได้ พลังงานที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร...........
posted under
นิยาย-พรหมเล่ห์รัก
|
1 Comments
E-Book พรหมลิขิตรัก
พรหมลิขิตรัก (Destiny...I love you.)
สามารถอ่านได้ในรูปแบบ e-book แล้วค่ะ
กด Link ได้เลยค่ะ
posted under
E-Book-พรหมลิขิตรัก
|
1 Comments
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ค้นหาบล็อกนี้
บทความทั้งหมดของติ๊ก
-
▼
2012
(8)
-
▼
มกราคม
(8)
- น้ำส้มสายชูหมัก ทำเองได้ง่ายจัง
- ตามอ่านการอัพนิยายได้ที่บล็อกนี้เลยค่ะ
- การแต่ง Blogger สำหรับคนไม่มีพื้นฐานเลย ตอนที่ 3 F...
- งานอดิเรก - สวดคาถาเงินล้าน
- การแต่ง Blogger สำหรับคนไม่มีพื้นฐานเลย ตอนที่ 2 ใ...
- การแต่ง Blogger สำหรับคนไม่มีพื้นฐานเลย ตอนที่ 1 เ...
- งานอดิเรก - พื้นฐานการถักโครเชต์เบื้องต้น
- พรหมลิขิตรัก (Destiny...I love you) แจ้ง E-Book & ...
-
▼
มกราคม
(8)
กด Like ให้กำลังใจได้นะคะ
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ
นักเขียนฝึกหัดนามปากกา
i green monkey + อีก 3
ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ
- i green monkey
- Thailand
- เป็นผู้หญิงที่พยายามฝึกหัดเขียนนิยายให้ดี เทียบเท่ากับความสามารถในการเลี้ยงหมาน้อยที่บ้านให้อ้วนเป็นลูกขนุน ^^
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

































Recent Comments