บทนำ - พรหมเล่ห์รัก (Destiny...I fall in love)

บทนำ



            รถบัสขนาดเล็กที่แล่นอยู่ระหว่างทางไปโรงแรมในประเทศจีน เสียงหวานของหญิงสาวร่างบางพึมพำอย่างถูกใจ สายสร้อยข้อมือหยกสีเขียวถูกชูขึ้นมาตรงหน้าหลังจากที่เธอยอมควักเงินซื้อเครื่องประดับชิ้นแรก ทั้งๆ ที่เธอมาถึงเมืองจีนได้นับวันนี้รวมเข้าก็เป็นวันที่หกซึ่งพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง ก่อนจะต้องขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้เที่ยวบ่ายสามโมงครึ่ง      
            “หนึ่งร้อยหยวนถูกเหมือนได้เปล่าจริงๆ ไปบอกใคร ใครเขาก็คงอิจฉา ฮ่าๆๆ ถูกใจจริงๆ เลย”
            หญิงสาวนั่งชื่นชมสร้อยข้อมือหยกที่ซื้อมาด้วยราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ เธอซื้อมาจากร้านขายเครื่องประดับที่ไกด์พาไป เป็นร้านที่ใหญ่โตโอ่อ่ามีการต้อนรับที่ดีแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย การเดินทางมาเมืองจีนในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงการเดินทางอย่างกะทันหัน เดิมทีเธอซื้อทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่นแต่เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นประสบปัญหาภัยธรรมชาติไม่มีความปลอดภัย ทางบ้านของเธอจึงขอร้องให้เปลี่ยนโปรแกรมการท่องเที่ยวให้เลื่อนออกไปก่อนหากยังต้องการจะไปเที่ยวประเทศเดิมอยู่
            หญิงสาวไม่อยากสูญเสียโอกาสในการพักผ่อนนี้ไปเพราะเธอเพิ่งเรียนจบจึงอยากจะพักผ่อนสมอง ก่อนจะต้องเข้าทำงานช่วยบิดาดูแลกิจการของครอบครัวจึงปรึกษากับบริษัทที่ขายทัวร์ให้เปลี่ยนประเทศ สรุปสุดท้าย...ตอนนี้เธอก็ได้มาเที่ยวเมืองจีนเป็นครั้งแรกแม้จะไม่ใช่เมืองในฝันแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี
            เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา
            ก่อนจะกลับขึ้นรถบัสเพื่อพาเข้าที่พักภายในร้านหยกทีซีวายที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน วีณากำลังยืนตะลึงในความงามของรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมและรูปปั้นเทพเจ้าอีกสององค์ที่ตั้งอยู่ภายในร้านขายหยกแห่งนี้ ทั้งเธอและเหล่าลูกทัวร์คนอื่นๆ ต่างหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกและเข้าไปกราบสักการะขอพรพระกันถ้วนหน้า
            เมื่อเห็นว่าไกด์กำลังกวาดต้อน...ที่เธอต้องเรียกว่ากวาดต้อนก็เพราะว่าไกด์จะต้องพาลูกทัวร์เข้าไปตามสถานที่ที่มีอยู่ในโปรแกรมทัวร์ให้ครบทุกที่และครบทุกคน เพราะมีข้อตกลงกันระหว่างรัฐบาลจีน บริษัททัวร์และร้านค้าว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตามจำนวนหัวของลูกทัวร์
            หากลูกทัวร์เข้าฟังไม่ครบทุกคนและอยู่ไม่ครบยี่สิบนาทีทางบริษัททัวร์จะหักเงินไกด์เมื่อการเดินทางสิ้นสุด เพราะฉะนั้นไกด์จึงพยายามกวาดต้อนเหล่าลูกทัวร์ที่กำลังถ่ายรูปหรือเกาะอยู่ตามตู้กระจกที่โชว์สร้อย แหวนและกำไลพาเข้าไปนั่งในห้องบรรยายของทางร้านให้ได้
            ที่นี่เหล่าลูกทัวร์ต่างได้รับการต้อนรับด้วยน้ำชาดอกมะลิร้อนๆ ทุกคน สักพักพนักงานของร้านขายหยกก็ออกมาพูดด้วยภาษาไทยที่ชัดเจนเรียกความประทับใจได้ง่ายดายจากลูกทัวร์ หรืออาจเป็นเพราะคนไทยใจดีบวกกับความขี้เล่นเป็นกันเองทำให้หญิงสาวชาวจีนผู้นี้กลายเป็นที่เอ็นดูของลุงป้าน้าอา
            จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นคนคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเพราะพนักงานร้านขายหยกหน้าตาจิ้มลิ้มพยายามจะสื่อสารด้วยภาษาไทย ทำให้เหมือนเป็นคนรู้จักกันมานานภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ก่อนลูกทัวร์ทั้งหลายจะได้รับแจกหยกที่ทำเป็นรูปเหรียญของจีนกันทุกคน
            หลังจากที่พิธีกรบรรยายเกริ่นนำเรื่องความรู้ในการดูหยกเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วก็ถึงกระบวนการพาเหล่าขาช็อปจากเมืองไทยที่วีณาได้ยินเสียงพูดคุยตั้งแต่ในรถบัสว่า...จะไม่ซื้อเพราะเมืองไทยน่าจะถูกกว่า บ้างก็จะกลับไปซื้อแถวแม่สายในเมื่อหยกที่นำมามันเป็นหยกพม่าไม่ใช่หยกเมืองจีน
            หลายๆ คนเห็นพ้องต้องกันว่า จะกลับไปซื้อที่เมืองไทยบ้างก็จะกลับไปซื้อที่พม่า รวมทั้งเธอเองก็คาดว่าจะไม่ซื้อเหมือนกัน เพราะไม่ได้ชอบอะไรมากมาย
            เวลาผ่านไปห้านาที
            หลังจากที่ออกมาเดินชมสินค้าที่ตั้งวางอยู่ในตู้กระจกอย่างดี เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้น เมื่อพนักงานของร้านขายหยกที่บอกว่าตัวเองมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า...อัญมณี เอ่ยขึ้นว่า
            “ พิเศษสำหรับลูกทัวร์ไทยชุดนี้เท่านั้นนะคะเนื่องจากทางร้านจะไปเปิดสาขาใหม่ที่เมืองไทยเป็นสาขาที่ 67 ทางเรายินดีคิดราคาสร้อยข้อมือหยก จากปกติราคา 368 หยวน เราคิดเพียง 100 หยวนเท่านั้นค่ะ”
            พอสิ้นเสียงประกาศทุกคนเริ่มเข้าไปมุงดูแผงสร้อยข้อมือหยกเขียวชุดนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครเอื้อมมือไปแตะสายสร้อยข้อมือดูสักคนและเมื่อพนักงานเริ่มพิสูจน์ความเป็นหยกแท้ให้ดูโดยการนำเม็ดหยกที่อยู่ในสร้อยข้อมือเม็ดเท่าปลายนิ้วก้อย กดลงกับกระจกหนาหนึ่งเซนติเมตรจนกระจกแตกละเอียด แต่เม็ดหยกไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแสดงถึงคุณสมบัติของหยกแท้พม่าที่มีความแข็งกว่ากระจก
            คราวนี้เหล่าลูกทัวร์ก็ฮือฮารุมเข้าไปดูเครื่องประดับที่อยู่ในตู้ทันที รวมทั้งเธอด้วยที่ยอมเจียดเงินที่จะเก็บเอาไว้ซื้อบัวหิมะกลับบ้านมาซื้อสร้อยข้อมือหยกเส้นเล็กๆ สักเส้นเพราะราคาที่ลดแล้วนั้นทำให้วีณายอมควักเงินซื้ออย่างไม่ลังเลใจ
            “น้องคะ...สร้อยข้อมือสองเส้นนี้เส้นไหนเนื้อดีกว่ากันคะ?”
            วีณาชูสร้อยข้อมือหยกหลังจากที่เธอเลือกแล้วขึ้นมาสองเส้น เอาไว้ทั้งมือซ้ายและขวาอย่างละเส้น
            “เส้นนี้ค่ะพี่ หยกจะมีลายเมฆมากกว่าค่ะ” เสียงภาษไทยแปร่งหูอธิบาย
            เมื่อพนักงานร้านชี้ที่สายสร้อยข้อมือหยกที่ถืออยู่ข้างขวามือ วีณาจึงยื่นสร้อยข้อมือเส้นนี้ให้พนักงานนำไปใส่ถุงก่อนจะหยิบธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนออกมาหนึ่งใบยื่นให้เมื่อพนักงานนำกล่องที่บรรจุสร้อยข้อมือเอาไว้มายื่นให้เธอ

            ในรถบัสที่แล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรมที่พักคืนนี้เรียบร้อยแล้วแต่วีณายังคงชื่นชมสร้อยข้อมือหยกอย่างชอบใจ เธอมั่นใจว่าร้านนี้ได้เงินจากลูกทัวร์ไปหลายหมื่นหยวนอย่างแน่นอนเพราะหญิงสาวเห็นว่าพวกคุณป้าคุณน้าคุณอาทั้งหลายควักเงินซื้อกำไลหยกราคา 4000 หยวนกันคนละวงสองวง ซึ่งวีณาภูมิใจว่าเธอเสียแค่หนึ่งร้อยหยวนเป็นคนเดียวที่เสียน้อยที่สุดในเหล่าลูกทัวร์คณะนี้แล้ว
            “ได้หยกราคาถูกมาแถมยังได้เหรียญหยกมาฟรีๆ อีกหนึ่งเหรียญด้วยอะไรจะโชคดีขนาดนี้นะ”
            วีณาเก็บสร้อยข้อมือหยกลงไปในกล่องของมันก่อนจะเก็บเอาไว้ในถุงกระดาษรวมกับเหรียญหยกที่ได้รับมาฟรี พับถุงกระดาษยัดเก็บเข้ากระเป๋าเดินทางที่พนักงานเอาออกจากใต้ท้องรถมาวางไว้หน้าโรงแรมทันที แล้วเธอก็เดินตามคณะทัวร์ไปทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมด้วยความหิว
            ภายในกล่องที่วีณาเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง สร้อยข้อมือหยกหากมองดูจะเห็นไอสีดำล้อมรอบสายสร้อยข้อมือเอาไว้ พลังงานที่ตาเปล่าของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้และมองเห็นมันได้ พลังงานที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร...........

1 ความคิดเห็น:

i green monkey กล่าวว่า...

ฝากด้วยค่ะ ^^

แสดงความคิดเห็น

บทความใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

ค้นหาบล็อกนี้

กด Like ให้กำลังใจได้นะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ

นักเขียนฝึกหัดนามปากกา

i green monkey + อีก 3

ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ

รูปภาพของฉัน
Thailand
เป็นผู้หญิงที่พยายามฝึกหัดเขียนนิยายให้ดี เทียบเท่ากับความสามารถในการเลี้ยงหมาน้อยที่บ้านให้อ้วนเป็นลูกขนุน ^^
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้เยี่ยมชม

Followers


Recent Comments